โปรตีเอสทำหน้าที่เม ตาโบลิค เอนไซม์ต้องกินขณะท้องว่าง กินเอนไซม์โปรตีเอสเป็นอาหารเสริม เพื่อให้ทำลายโมเลกุลโปรตีนที่แปลกปลอมเข้ามาในเลือด ต้อง “ไม่กินพร้อมอาหาร” ให้กินเวลาท้องว่าง เช่น 1 ชั่วโมงก่อนอาหาร หรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร เอนไซม์โปรตีเอสจะซึมเข้ากระแสโลหิตได้ภายใน 5 นาที มิฉะนั้นมันจะหมดเปลืองจากการไปทำหน้าที่ย่อยอาหารเสียก่อน ถ้ากรณีมีอาหารอยู่ในกระเพาะ จนไม่เหลือเข้ากระแสเลือดตามต้องการ
เอนไซม์ที่อยู่ใน เลือดจะทำหน้าที่กวาดขยะในเลือด (Scavenger Enzyme) การใช้เอนไซม์โปรตีเอสเป็นอาหารเสริม ทำให้เลือดสะอาดปราศจากขยะอาหาร เรียกว่า “เอนไซม์กวาดขยะ”
เอนไซม์โปรตีเอสนี้จะย่อยเฉพาะโปรตีนที่ไม่มีชีวิต จะย่อยเยื่อหุ้มแบคทีเรียที่เป็นโปรตีน ทำให้แบคทีเรียตายได้ ไวรัสย่อมอยู่ไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นการขาดหรือบกพร่องเอนไซม์โปรตีเอสในเลือดจึงทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกาย บกพร่อง
เอนไซม์โปรตีเอสเมื่อ กินเวลากระเพาะว่าง สามารถซึมเข้ากระแสเลือดได้ใน 5 นาที และจะไปจับกับโปรตีนชนิดก้อนในเลือด (Alpha 2 Macroglobulin) กลายเป็นสารประกอบเชิงซ้อน ขณะที่ผ่านกระเพาะอาหารจะไม่ถูกทำลายหรือถูกย่อยโดย เปบซินและกรดเกลือในกระเพาะเหมือนที่เคยเชื่อกัน เมื่ออยู่ในกระแสโลหิตทำหน้าที่กวาดขยะ (Scavenger) ทำให้รักษาโรคอันเกิดจาการติดเชื้อ (Infection) มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น
การรับประทานเอนไซม์เสริมจะเลือกวิธีใดแล้วแต่จุดประสงค์การใช้
เราจะกินเอนไซม์เสริมขนาดเท่าใด กินเมื่อไร ขึ้นอยู่กับสภาวะของความรู้สึกไม่ค่อยสบายของท่าน
ซึ่งท่านต้องปฏิบัติดังนี้
1.ถ้าต้องการใช้ ย่อยอาหาร ให้การย่อยดีขึ้น ก็ต้องรับประทานเอนไซม์พร้อมอาหาร โดยแนะนำให้กินทันทีก่อนอาหาร (Immediately Before Meal) คือ พอจะตักอาหารเข้าปากคำแรกก็กินเอนไซม์ก่อนพร้อมกับดื่มน้ำสะอาด 1 แก้ว (8 ออนซ์ หรือ 240 ซีซี)
2.ถ้าต้องการให้ ทุเลาอาการของโรคอื่นๆ ให้รับประทานเอนไซม์ในระหว่างอาหาร คือ 20 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ก่อนอาหาร (Twenty minute to one before eating) การใช้คำว่า “ระหว่างอาหาร” (Between) อาจทำให้สับสนได้ เพราะบางท่านคิดว่า หมายถึง “กำลังกินอาหารอยู่” ซึ่งไม่ใช่ เจตนารมณ์ คือ “ท้องว่าง” (Empty Stomach)
3.ในระหว่างที่กิน เอนไซม์เป็นอาหารเสริม ต้องดื่มน้ำแร่ (Mineral Water) อย่างน้อยวันละ 8 แก้วต่อวัน และทุกครั้งที่กินเอนไซม์ต้องดื่มน้ำตาม 1 แก้ว
4.ทางแพทย์ถือว่า “คนสองคนไม่เหมือนกัน” ถึงแม้จะทำโคลนนิ่งก็ตาม การบกพร่องเอนไซม์แต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ขนาดของเอนไซม์ที่จะใช้เป็นอาหารเสริม จึงไม่สามารถกำหนดให้เป็นเลขตัวเดียวตายตัวได้ โดยความเห็นของเภสัชกร จะกำหนดให้รับประทานมื้อละ 1-2 แคปซูล สูงสุดก็ 3 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง จึงต้องสังเกตด้วยตัวท่านว่าขนาดกินเท่าใดจะเหมาะสมกับตนเอง อาการดีขึ้นก็อาจลดขนาดลง อาจารย์ของข้าพเจ้าเคยสอนไว้ว่า “หมอที่ดีที่สุดก็คือ ตัวคนไข้เอง” ท่านต้องปรึกษาแพทย์เพื่อขอปรับจำนวนอาหารหรือยาตามสภาวะความรุนแรงของความ เจ็บป่วย
5.การกินเอนไซม์ เสริมมักจะมีเอนไซม์หลายชนิดรวมกันแบบครอบจักรวาล (ชนิดแยกเป็นตัวๆ เพื่อให้ตรงกับโรค แพทย์จะเป็นผู้ใช้) เนื่องจากกินวันแรกๆ เอนไซม์ไลเปสจะย่อยไขมันในเลือด และสารพิษ (Toxin) เมื่อไขมันถูกย่อย สารพิษจึงออกมาจากไขมันและเป็นอิสระในเลือดมีระดับสูงในร่างกายทำให้เกิด อาการโลหิตเป็นพิษอย่างอ่อนๆ บางคนอาจจะไม่สบายซึ่งเป็นอาการที่เรียก “วิกฤติการซ่อมแซม” (Healing Crisis) รู้สึกผิดปกติอยู่ 3-7 วัน แล้วแต่บุคคล หลังจากนั้นก็หายไปเอง การดื่มน้ำมากๆ จะช่วยให้ขับถ่ายพิษออกจากร่างกายเร็วขึ้น
6.กินเอนไซม์เพื่อ ช่วยย่อยอาหาร ขอแนะนำว่าให้ท่านกินก่อนนอนซึ่งท้องว่าง 1 หรือ 2 แคปซูลร่วมด้วย เพื่อให้โอกาสที่เอนไซม์จะเข้าสู่กระแสโลหิตโดยตรง จะได้ไปทำความสะอาดสารอาหารที่ผิดขนาดต่างๆ หรือสารพิษในเลือดซึ่งเรียกว่า Scavenger Enzyme
7.ผู้ที่เป็นแผลในกระเพาะอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เอนไซม์เสริมและขอแนะนำว่า ในกรณีนี้ ห้ามกินเอนไซม์ระหว่างอาหาร (คือ ท้องว่าง)ในระยะเริ่มต้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น